พุทธศาสนาในสายตาแม่ชีฝรั่ง ศาสนาพุทธในสายตาของฉันนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่ศาสนา แต่ยังเป็นปรัชญาชีวิต เราไม่จำเป็นที่จะต้องเชื่อทุกสิ่งทุกอย่าที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ชีวิตของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าดลบันดาลให้เป็นไป แต่ชีวิตเป็นของเรา เราสามารถที่จะมีชีวิตที่ดีได้ หรือไม่ดีก็ได้อยู่ที่การทำตัวของเราเองเราเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งของตัวเรา พระพุทธเจ้าไม่เคยทรงตรัสว่าให้เชื่อ แต่ท่านสอนให้เราหาความจริงด้วยการปฎิบัติเอง พิสูจน์ทดสอบธรรมะที่ท่านตรัสไว้ ด้วยการปฎิบัติให้รู้จริงด้วยตัวเอง คำนี้เองที่ทำให้ฉันสนใจพุทธศาสนา ที่ฉันไม่ต้องทำตัวเหมือนเป็นลูกแกะ ที่เอาแต่เดินตามคนเลี้ยง ด้วยคำสอนของครูบาอาจารย์เราก็สามารถนำมาเป็นวิถีทางแห่งการปฎิบัติ แต่ทุกคนก็ยังคงต้องปฎิบัติ ด้วยตนเอง ไม่มีใครมาทำแทนให้ได้ เราควรดีใจที่วันนี้ยังมีครูบาอาจารย์ที่พอจะมีความรู้จากประสบการณ์มาถ่ายทอดให้ด้วยตัวเอง สอนในวิถีทางที่ถูกต้องซึ่งสำคัญมาก เราไม่สามารถเข้าใจได้ ถ้าเราฟังธรรมะแต่เพียงอย่างเดียว เราจะได้ความรู้จากการอ่าน แต่ถ้าเราต้องการจะรู้จริงให้ลึกซึ้ง ต้องปฎิบัติด้วยตนเอง เป็นทางเดียวที่จะรู้ได้ บางครั้งมีคนมาถามฉันเกี่ยวกับพระเจ้าว่า พระเจ้ามีจริงหรือไม่ ฉันก็ตอบว่า "พระเจ้ามีจริง แต่ ฉันเชื่อในแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอน พระพุทธเจ้ารู้ทุกอย่างในโลกนี้ รู้ทั้งจักรวาล พระองค์ยังคงรู้เรื่อง พระเจ้าด้วย และท่านยังคงรู้ว่าใครสร้างเรา นั่นก็คือตัวเราสร้างตัวเราเอง" บริจิต สล็อตเทนเบเชอร์ http://www.vimokkha.com/nunbrigittet.htm http://www.komchadluek.net/column/pra/2004/06/29/02.php ดูต่อที่ http://www.tlcthai.com/club/list_topic.php?club=buddhism&club_id=1278&table_id=1&cate_id=788

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (203.172.199.250) on 2009-03-17 10:42

ก่อนอื่น ขอยินดีกับความคิดที่ดีของแม่ชีด้วยนะ ขออนุโมทนา สาธุ ๆ ๆ

ถูกต้องอย่างยิ่ง ไม่มีใครสร้างเรา พ่อแม่ให้ชีวิต ที่มีโอกาสพบกับพุทธะ แต่เราสร้างตัวเองว่าจะเป็นพุทธะ หรือปุถุชน หรือทุรชน ไม่มีใครสร้างให้เราได้เลย จริงๆ ลองพิจารณาใคร่ครวญดูให้ลึกซี้ง อาจเข้าถึงธรรม

สรรพสิ่งมีจริง เขาก็เป็นไปตามสภาวะของเขา เป็นไปเช่นนั้นเอง ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร ทำอะไร ไม่เกี่ยวข้องกัน แม้ เทพ พรหม เทวดา หรือพระเจ้า ท่านก็มีอยู่ และอยู่ในที่ที่ท่านอยู่ ไม่ได้มายุ่งกับเราเลย

แต่เราต่างหากที่พยายาม ปรุงแต่งเอาเองว่า ท่านจะต้องมายุ่งกับเรา ด้วยการอ้อนวอน ร้องขอ เคารพบูชา ท่านเหล่านั้น ซึ่งความจริง ท่านมาช่วยเราไม่ได้เลย กรรมใครกรรมมัน ได้อย่างมาก็เพียงที่บางครั้ง ช่วยดลจิตหรือเตือนใจ ด้วยลางสังหรณ์ เท่านั้น

และบางสิ่ง มีจิตที่มีโทสะ ก็คิดจะเบียดเบียนคนอื่นและแม้แต่ตนเอง จิตที่เป็นโมหะ ก็จะปล่อยให้มีการปฏิบัติตามกิเลสที่เวียนกันเข้ามาทักทาย แต่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ส่วนจิตที่เป็นโลภะ ก็จะขาดสติ พยายามตอบสนองกิเลสแห่งความอยากอยู่ตลอดเวลา บางครั้งต้องอาศัยโทสะจริตด้วย มีการเบียดเบียน เพื่อให้ได้มา เพราะทนไม่ได้ที่จะพลาดในสิ่งที่อยากได้ หรือจะต้องได้ในสิ่งที่ไม่ปรารถนา ทุกอย่างเกิดจากจิตตัวเองทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดจากสรรพสิ่งแม้แต่น้อย

สิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าเรียกว่า ทุกข์ งัย

#1 By j_sawat (118.172.133.76) on 2008-07-02 09:29